สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้อยู่ดีๆก็นึกอยากจะมาแชร์ประสบการ์การใช้กล้องฟิล์มของตัวเอง หรือเรียกว่ารีวิวกล้องของตัวเองนั้นแหละ เอาเป็นว่าขอเล่านิดๆนะว่าทำไม่ถึงชอบกล้องฟิล์ม พอดีว่าได้สนิทกะรุ้นพี่คนนึงอยู่ต่างคณะ แล้วใครใช้กล้องฟิล์มมาก่อนอยู่แล้ว แต่เราเนี้ยเพิ่งจะมาสนใจตาม แต่อันที่จริงกล้องฟิล์มก็มีมานานแล้วนะ พักหลังๆนี้ก็กลับมานิยมอีกครั้ง

12299802_819114941551370_1715868196_oเอาละ ทำยังไงละถึงจะรู้จักกล้องฟิล์ม เราก็เลยต้องลองศึกษาเองไปเรื่อยๆ ค้นดูไปเรื่อยๆ จนมาเจอเจ้าตัวนี้  Yashica Electro 35 GS  เลนส์ Yashinon DX 1:1.7  f=45mm ปี 1970 เพราะอะไรที่ทำให้เลือกและสนใจเจ้าตัวนี้ คือเราชอบที่บอดี้กล้องเลย แต่นั่งอ่านรีวิวแล้วนะบอดี้กล้องตัวนี้ค่อนข้างใหญ่และพกพาอยาก แต่เราไม่สน ก็จัดการหาที่สั่งกล้องทันทีแต่!!! เราต้องเลือกที่ถูกที่สุดและดีที่สุด  ร้านนี่เลย “นัทกล้องฟิล์ม”

มาดูการใช้งานกันเลย ต้องขอบคุณบทความดีๆจาก  facebook.com/artyt  ที่ให้ความรู้เจ้า  Yashica Electro  การใช้งานนี่ สะดวกดีนะ เจ้านี่ใช้แบต PX32 ซึ่งไม่มีขายแล้วล่ะ ปัจจุบันเราใช้ถ่านอื่นๆดัดแปลง ที่ง่ายที่สุดก็คือ 4LR44 ซึ่งก็ต้องดัดแปลงอะไรอีกเล็กน้อย ( หาอ่านได้จากบล็อกเรื่อง ปลุกชีพกล้องฟิล์มด้วยถ่านสมัยใหม่ เคยเขียนเอาไว้แล้วล่ะ ) พอใส่แบตไปแล้ว กล้องจะมีปุ่มให้เช็คแบต (เราชอบแสงสีกล้องตัวนี้จัง มันทำให้นึกถึงสมัยเด็กๆ) ไฟติดก็เป็นอันใช้ได้ ซึ่งจริงๆแล้ว ต่อให้ไม่มีถ่านนะ เจ้า Yashica นี่ก็สามารถทำงานได้เหมือนกัน แต่จะใช้ความเร็วชัตเตอร์เดียว คือ 1/500 sec เท่านั้น

พูดถึงเรื่องชัตเตอร์ เจ้า Yashica Electro 35 นี่ใช้ระบบ Aperture Priority ดังนั้น เรามีหน้าที่คือเลือกรูรับแสงที่ถูกต้องเอง แล้วกล้องจะออโต้ความเร็วชัตเตอร์ให้ ( ซึ่งสวนทางกับกล้อง Olypmpus ที่เป็น Rangefinder มักจะให้ปรับความเร็วชัตเตอร์เอง แล้วออโต้รูรับแสงให้) เจ้าวิธีนี้ เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายชัดตื้นชัดลึก จะสะดวกหน่อย

เมื่อจะกดถ่าย กล้องจะมีหน้าที่อีกอย่างคือ บอกเราว่าแสงในภาพมันสว่างหรือมืดเกินไป โดยแสดงไฟสีส้มและสีแดง มีสองจุด ก็คือบนกล้องและในช่องมองภาพ สะดวกมากๆ

ช่องมองภาพ หรือ Viewfinder กว้างสบายตา  (ก็กล้องตัวใหญ่แล้ว มันก็ต้องช่องมองกว้างแล้วล่ะนะ) ข้อเสียคือในช่องมองภาพไม่มีค่ารูรับแสงหรือความเร็วชัตเตอร์แสดงให้เห็น เราดูได้แค่ลูกศรที่คอยบอกว่าแสงน้อย จะต้องระวังเรื่องมือต้องนิ่ง ชัตเตอร์จะช้ามากนะ หรือแสงมากไปแล้วนะ ควรปรับรูรับแสงให้แคบหน่อย อะไรแบบนี้

อีกอย่างที่เราค่อนข้างไม่ค่อยชินคือ”ชัตเตอร์” การกดชัตเตอร์ของ Yashica Electro 35 ค่อนข้างลึก หมายถึงกดลงไปกว่าจะแชะ! เนื่องจากกลไกกล้องเกี่ยวกับการวัดแสงด้วย ระหว่างที่เรากดไปครึ่งทาง กล้องจะแสดงผลลูกศรว่าแสงน้อยแสงมาก ก่อนเราจะตัดสินใจกดชัตเตอร์จริง ซึ่งมันติดจะ Lag  หน่อย ( หมายถึงจังหวะที่เรากดลงไปช้า ทำให้จังหวะภาพที่เราอยากจะได้อาจจะเสียได้เล็กน้อย )

มาดูรูปจากกล้องจริงกันเลยดีกว่า อันนี้ถ่ายมาเมื่อ 2-3 เดือนที่แล้ว รูปอาจจะไม่ค่อยสวยมากเท่าไหร่ เพราะยังใหม่อยู่กับการหัด มาดูเลยแล้วกัน

ภาพนนี้จะเห็นได้ว่าพระอาทิตย์กำลังจะหมดแล้ว แต่กล้องก็ยัง Contrast ได้สุดยอดมาๆเลย ดีใจมากกกก ตอนเห็นรูปที่ล้างออกมา

คริคริ  >< แอบถ่ายข้างหลังเจ้าบ่าวเจ้าสาว ภาพนี่คมกริบไม่เชื่อต้องมาลองเล่นกันเอง

สุดท้ายรูปนี้ 18+ หน่อยนะ แต่ชอบรูปนี้มากๆแอบถ่ายเพื่อนตอนพ้นยาพอดี รู้สึกว่ารูปมันมีชีวิต ยังไงไม่รู้

ข้อดี

– เลนส์เทพมาก ภาพคมมาก สีจัดจ้าน Contrast ดีเยี่ยม แม้จะใช้รูรับแสงกว้างก็ยังคม ถ่ายในที่มืดได้สบายๆอย่างที่โฆษณา

– ระบบ Aperture Priority ค่อนข้างสะดวก เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายชัดตื้นชัดลึก

– ช่องมองภาพกว้าง โฟกัสแบบ Rangefinder ชัดเจน

– หน้าตาหล่อ ราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับคุณภาพนี่ถือว่าโครตถูกเลย

ข้อเสีย

– หนัก.. ใหญ่… เห็นแล้วท้อ ขี้เกียจพก

– ในช่องมองภาพไม่บอกข้อมูลอะไร เช่นบอกว่าใช้รูรับแสงเท่าไหร่อยู่ และกล้องเลือกความเร็วชัตเตอร์เท่าไหร่ให้

– ถ้าใช้รุ่นแรกๆ กล้องจะปรับ ISO ได้ถึงแค่ 500 และใช้แฟลชรุ่นใหม่ๆไม่ได้  ( แต่หลังๆอย่าง GSN อะไรแบบนี้ก็ไม่มีปัญหาแล้ว )

ยังไงก็พอแค่นี้ก่อนะคะ ชอบไม่ชอบยังไงก็ลองช่างใจดูก่อนได้ เอาเป็นว่าใครที่หลังรักกล้องฟิล์มก็ไม่ควรพลาดที่จะหยิบ เจ้า Yashica Electro 35 มาลองดู ส่วนวันนี้ไปแล้วค่ะ ^^

 t t u n g m a y : )