ก่อนอื่น ขอขอบคุณ  บริษัท Olympus Thailand
ที่กรุณาให้ยืมกล้อง EPL7 พร้อมเลนส์อีก 4 ตัว  อันได้แก่  14-42EZ ,  12/2,  17/1.8,  25/1.8    มาทดลองใช้ครับ

ส่วนกล้อง  OMD EM10  และเลนส์ตัวอื่นๆ ในรีวิวนี้  ผมซื้อมาใช้เองครับ

EPL7  กับ EM10  เป็นกล้องที่ไฟล์ output  และฟังชั่นต่างๆ  ใกล้เคียงกันมาก
เลยเอามารีวิวให้ดูพร้อมๆกันทีเดียวครับ

รีวิวนี้ ได้รับการสนับสนุน ให้ยืม กล้อง + เลนส์ จากตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น
ผู้เขียน ไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ    และ ค่าเดินทาง  ค่าแรง ค่าเข้าสถานที่  ต่างๆ ก็ควักเองทั้งหมด

ทำรีวิวด้วยความอยากรู้อยากลอง
เผื่อจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องทุกท่านครับ
ขอบคุณครับ

 

ตั้งแต่ olympus เปิดตัว  EPL1  ออกมาครั้งแรก เมื่อปี  2553
http://topicstock.pantip.com/camera/topicstock/2010/06/O9346238/O9346238.html

มันก็กลายมาเป็นกล้อง mirrorless ตัวแรก ของผม
ตั้งแต่ EPL1 EPL2  EPL3   EM5  EPL5  มาถึง  EM10  EPL7  เนี่ย
แล้วผมก็ใช้กล้อง mirrorless มาเรื่อยๆ
จนเลิกใช้กล้อง DSLR ไปเลยครับ

เพราะว่ากล้องแบบ mirrorless  มันมีขนาดเล็ก เบา
เหมาะกับสไตล์การใช้ชีวิต ของผมมากกว่าอ่ะครับ กินๆ เที่ยวๆ เดินไปเดินมา
คือว่าไม่ชอบแบกอะไรหนักๆ  แต่ก็ได้ไฟล์ภาพ ที่ทัดเทียมกับกล้อง DSLR

จากที่เคยเล่น EPL1  ตัวแรก   จนมาถึง EPL7  ตัวนี้   ผ่านเวลามา  4 – 5 ปี

เจ้ากล้องตัวเล็กๆนี่  คือว่า  มันพัฒนาไปไกลมากๆจากตัวแรกมากเลยอ่ะครับ
จากเดิม ที่ถ่ายรูปอย่างเดียว  ตอนนี้ มันใส่ลูกเล่นทันสมัยต่างๆ
ใส่ความสามารถต่างๆเข้าไป เยอะมากๆ
พัฒนาไปเร็วมากๆอ่ะครับ

แบบว่า เล่นกันไม่รู้จักหมด จักสิ้นเลย  มีเมนูแปลกๆเพิ่มเข้ามา เยอะมากจนใช้ไม่หมด

EPL7  มีอะไร เพิ่มเข้ามาอีก จาก EPL6 ตัวก่อน
อย่างแรก คือ หน้าตา ครับ

อยากจะบรรยาย ว่ามันหล่อขึ้นมาแบบก้าวกระโดด อ่ะครับ

แค่โลโก้ใหม่ก็เหลือกินเหลือใช้    เป็น fonts  vintage แบบเดียวกับสมัยที่เป็นกล้อง PEN ในปี 1970s

ลองดูหน้าตาเปรียบเทียบกันดู ระหว่าง EPL6  กับ EPL7

ผมว่ามันบึกขึ้น ดุขึ้น  ดูคลาสสิคขึ้น อย่างมีชั้นเชิง มีเส้นสายอ่ะครับ
ชวนให้เสียตังค์ยิ่งนักอ่ะครับ

EPL6  Body

เอาเป็นว่า หลักๆ คือ หน้าตา และโครงสร้างจอแบบใหม่
CPU ใหม่ เร็วแรงขึ้น
กันสั่นใหม่  3 แกน  ที่เอาอยู่กว่าเดิม  นิ่งกว่าเดิม
จอที่พับกลับมาถ่ายหน้าตัวเองได้ง่ายขึ้น
ตำแหน่ง ล้อปรับค่าใหม่   จากด้านหลัง มาด้านบน
และ ก็ หน้าตาหล่อกว่าเดิม แน่นกว่าเดิม  งานประกอบที่เนี้ยบขึ้น

ส่วน EM10  ก็เป็นกล้องที่เปิดตัวมาก่อนนิดหน่อย

ใส้ใน  ก็ใกล้เคียงกับ EPL7  สุดๆอ่ะครับ
เซ็นเซอร์เดียวกัน  กันสั่นระบบเดียวกัน
คือถ้าเอาไฟล์ EPL7 กับ EM10  มาปนๆกัน  ผมว่าส่องยังไง ก็ไม่มีใครแยกออกอ่ะครับ  นอกจากไปดูข้อมูลชื่อกล้องในไฟล์

มีจุดที่ ต่างกันตรง รูปร่างหน้าตา  และก็มีช่องมองภาพ  กับ  พับจอมาถ่ายหน้าตัวเองไม่ได้

ดูความแตกต่างทางกายภาพครับ

จุดเด่นสุดของ EPL7  คือ พับจอมาถ่ายตัวเองได้อ่ะครับ

ส่วนจุดเด่น ของ EM10  คือ การควบคุมที่ถนัดกว่า EPL7 ปุ่มเยอะกว่า
และ มีช่องมองภาพ

แฟลชของ EPL7  แยกอยู่นอกตัวกล้อง  ส่วนแฟลชของ EM10  ซ่อนอยู่ในหัวกล้อง

ส่วนระบบข้างใน เช่นเมนู เซ็นเซอร์  กันสั่น นี่ใกล้เคียงกันมากๆครับ

ถามว่ากล้องสองตัว ใครจะเหมาะกับตัวใหน มากกว่ากัน

ก็ต้องถามกลับว่า  ชอบการใช้งานแบบใหนมากกว่ากันอ่ะครับ

ถ้าชอบถ่ายหน้าตัวเอง  แน่นอน ก็ต้องเลือก EPL7
ถ้าชอบถ่ายคนอื่น  ชอบส่องช่องมองภาพ  ก็ EM10


สำหรับผม  หน้าตาแย่ ไม่ไหวอ่ะครับ   ถ่ายหน้าตัวเองมา ก็คงไม่มีใครอยากดู
และยังไม่พอ สายตาก็ยังแย่  เริ่มแก่แล้ว  สายตาเริ่มยาวแล้ว  ดูจอกล้องไม่ถนัด  เลยเลือก EM10  มาดีกว่า

 

ถามว่าชอบ Olympus ตรงใหน  จุดแข็งที่ผมชอบเลย  มี 3 ข้อ
1.  โฟกัสไวโพดๆ
2.  กันสั่นที่เอาอยู่มากๆ
3.  กล้องเล็ก เลนส์เล็ก

มันเป็นกล้อง ที่โฟกัส ไวโพดๆอ่ะครับ  ในสถานการณ์มะรุมมะตุ้ม วุ่นๆวายๆ หรือรีบๆเร่งๆ
เช่นงานคอนเสิร์ต งานเปิดตัวนักร้อง  หรือไปกับทัวร์จ่อมแอ๊ะ  ถ่ายจากบนรถเมล์สาย 8
มันก็ได้ภาพมาอย่างรวดเร็ว

และระบบกันสั่น ในตัวกล้อง ก็เป็นระบบกันสั่น ที่ไว้ใจได้เลยทีเดียว
คือ สภาพแสงน้อยๆ  ก็ยังเอาอยู่
เวลาไปเที่ยวแล้วไม่ได้พกขาตั้งไป  ถึงจะเป็นเวลาที่แสงหมดแล้ว  ก็ยังพอจะได้ภาพกลับมาบ้านเยอะอยู่ครับ

โฟกัสไวขนาดใหน  ลองดู vdo อ่ะครับ  ถ้าเป็นปืนนี่ ยิงถล่มกันเละเลย

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

 

 

เขียนอะไรต่อดีหละ  เขียนสดๆอ่ะครับ  นึกไม่ออกละ

กล้องดีไม่ดี  อย่าไปอ่านเสป๊คมากอ่ะครับ   20 ล้าน 30 ล้าน โอ้ย ปวดหัว

ต้องเอาไปลองถ่ายดูครับ

ถ้าได้รูปมา  กลับบ้านเปิดดูรูปแล้วมันถ่ายแล้วสวย ถ่ายแล้วชัด   ก็แปลว่าดีหมดหละ สำหรับผม    555

รูปทุกรูปในรีวิวนี้ เป็นไฟล์  JPG  ที่ออกมาจากกล้องครับ

ย่อด้วย photoscape   เป็นโปรแกรมฟรี ที่โหลดได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
อาจมีการปรับแสงสี นิดๆหน่อยๆ  ไม่เกิน 3% ของภาพรวม โดยรักษา character เดิมจากกล้องให้มากที่สุด

คือ ถ้าเอากล้องมา ตั้งค่าแบบผม ถ่ายแบบผม  เวลาเดียวกับผม มุมเดียวกัน ก็จะได้ภาพแบบเนี้ย ออกมาจากกล้องอ่ะครับ

ว่าแล้ว ก็ลองเลยครับ

เลนส์ KIT 14-42 EZ  ที่มากับกล้องครับ  โหมดสี เบอร์ 1   i-enhance  ส่วนมากใช้โหมด A  ครับ  เอาง่ายๆ

พาไปออกรอบ  ที่วัดเจดีย์เหลี่ยม  เวียงกุมกาม เชียงใหม่  วันฟ้าใส แดดดี

 

กับกันสั่นในกล้อง

ไม่มีขาตั้ง ในที่แสงน้อยๆ   หรือ เวลาที่แสงเริ่มจะหมดไปจากฟ้าแล้ว

ใช้กันสั่นในกล้อง + iso auto  3200  ก็ยังพอช่วยให้ได้รูป ที่นิ่งๆ ชัดๆ  กลับมาบ้านครับ
กลั้นหายใจกดนิดหน่อย

มีประโยชน์เวลาไปเดินเที่ยวที่ไกลๆบ้าน แล้วไม่ได้เอาขาตั้งไปด้วยอ่ะครับ  ยังพอช่วยให้เก็บภาพกลับมาได้

วัดโลกโมฬี  เชียงใหม่ ครับ   ไปออกรอบถ่ายรูป หลังอาหารเย็น

ที่ช่วง tele   กลั้นหายใจ ถ่าย  พยายามให้นิ่งสุดๆ  ที่ shutter speed 1/13  วินาที  ก็ยังพอรอดได้ครับ

อย่าดูหมิ่นเลนส์ kit น้อยๆ ตัวนี้นะครับ

ตัวมันจะเล็กๆ แบนๆ   ยืดได้หดได้  ถ้าใช้ f แคบๆนี่  ภาพก็คมน่าดูอยู่ครับ

ลองใช้งาน ร่วมกับ trigger flash  สั่งยิงแฟลชภายนอก

ระบบแบบเนี้ยครับ  ขออภัย ที่เอาภาพเก่าสมัย EPM1  มาใช้

ตั้งโจทย์ให้ตัวเอง  ว่าทำยังไง  จะถ่าย สตอร์เบอรี่ ราสเบอรี่  เคปกูสเบอรี่
จากดอยอินทนนท์เหล่านี้ ให้น่าสนใจ

เอามาคลุกๆกันดู  ก็ยังไม่ค่อยน่าสนใจเนอะ

 

จะเล่นมุก  เอามาราดน้ำ ก็เคยทำไปแล้ว ตอนรีวิว EPM2

ทำยังไง ไม่ให้มันไม่น่าเบื่อ

อยากหาอะไร แปลกๆใหม่ๆลองมั่ง  ไม่พ้นแถวก๊อกน้ำนี่หละครับ

เปลี่ยนเป็น ล้างในมือ  ก่อนจะเอาใส่ปากทีละลูก  555

 

จับโยนใส่แก้ว แล้วเปิดน้ำลงไป แล้วก็ถ่ายครับ

ลองเปลี่ยนมุม ถ่ายจากข้างบนมั่ง

 

f แคบๆ ก็คมเอาเรื่องอยู่นะครับ เลนส์คิตแบนๆเนี่ย

อันนี้ ลองยกแก้วมาไว้บนแฟลช  แล้ว ยิงดูครับ

 

เทียบหน้าตา จอ ของ EPL7  VS  A5000

 

 

ลองถ่ายของกินด้วยเลนส์  kit  14-42  มั่งครับ

กล้อง + เลนส์เปล่าๆ

แสงจากหลอดไฟในร้านเท่านั้นครับ

 

 

ต่อมา  ก็เป็นเลนส์มุมกว้าง ของ Olympus มั่งครับ

เจ้าเลนส์มุมกว้างตัวนี้   มีชื่อว่า Olympus 9-18mm  ครับ

ตัวนี้ของผมเอง ซื้อไว้ใช้เพราะตัวเล็กดี เวลาไปเที่ยวต่างประเทศ จะได้เอาติดตัวใหนก็ได้ เบาๆ

รูปจะปนๆกัน จากทั้ง EM10  และ EPL7  นะครับ    ชื่อกล้อง และข้อมูลเลนส์ และการถ่ายภาพ อยู่ใต้รูป และในไฟล์รูป

วัดเชียงยืน เชียงใหม่ครับ

ที่มีข้อตินิดหน่อย
คือ เวลาถ่ายแสงย้อนๆ แล้วมันมีฟุ้งๆหน่อยครับ  ไม่รู้ว่าสาเหตุ มาจากเลนส์ผมเก่าแล้วหรือเปล่า

 

แสงน้อยๆ ก็บ่ยั่นจ้า  ฟุ้งนิดหน่อย อร่อยดี

ทางระหว่าง ดอยสุเทพ ไปบ้านม้งดอยปุยครับ  เจอป่าเมฆประจำเลย

 

มีวันนึง แวะไปทานข้าวที่ห้าง   maya เชียงใหม่

ก่อนทานข้าว มีเวลาเล็กน้อย ตะวันกำลังจะลับขอบฟ้าพอดี   ก็เลยไปลองกล้องหน้าห้างเค้านิดหน่อยครับ

ไม่ต้องใช้ขาตั้งครับ ไม่เป็นที่เอิกเกริก  ยามไม่เดินมาห้าม 555

แต่ว่ารูปชุดนี้ ดั๊นไปปรับเป็น ART FILTER  POPART จากในกล้อง
สีสันมันสะใจวัยรุ่นสุดๆเลย

กล้องมันจะเร่งสีให้สดเวอร์ๆ  จี๊ดจ๊าดสุดๆ  ถ่ายมันส์มาก
แต่ว่า มันดันเร่ง noise ให้ด้วย ในที่เงามืดๆ มันเลยแตก ขึ้นเป็นเม็ดๆ

เลนส์ wide  9-18mm  ครับ

 

มีเลนส์อะไรอีกหละ   ควักๆออกมา

เค้าให้มาลอง ก็ต้องลองให้เค้าครบๆอ่ะครับ

เลนส์  12mm f2  เป็นเลนส์มุมกว้าง  ความสว่างสูง  ออกแบบมาให้ใช้ถ่ายในที่แสงน้อยๆครับ   หลังเบลอได้นิ๊ดๆ

ตัวเล็ก น่ารัก   และมีแหวนโฟกัส Manual ไว้ช่วยเวลาต้องการจะโฟกัสด้วยมือตัวเอง ในที่แสงน้อยๆนี่มีประโยชน์มากครับ

อย่างตอนไปถ่ายทางช้างเผือก  มันมืดจนกล้อง AF ไม่ได้   ก็ได้โฟกัสเสกลบนเลนส์ตัวนี้นี่หละครับ  ช่วยโฟกัสได้อย่างสะดวกง่ายดาย

 

เห็นรูปทางช้างเผือกข้างบนแล้วนึกได้

เมื่อวานซืน นัดกับน้าอาร์ม chadon กับ น้ากริ๊ง ไว้ว่าจะไปถ่ายทางช้างเผือกบนจุดชมวิวดอยปุย

ขับรถขึ้นไปถึงจุดชมวิว  เจอน้าอาร์มกำลังถ่ายอยู่อ่ะครับ

เลยถามน้าอาร์ม ว่า  วันนี้ช้างอยู่ใหนครับ

น้าอาร์มบอก อยู่ใต้ดวงจันทร์พอดี  ถึงกับเงิบเลยครับ

แถมถ่ายได้แปบเดียว เมฆมาบังเต็มหมดเลย  จบกัน

เลยพลิกวิกฤติ เป็นโอกาส  ได้ถ่าย  timelapse แทนครับ

กล้อง EPL7  กับ EM10  นี่  มีฟังชั่น ถ่าย timelapse จากในกล้องครับ

time lapse คือ
สามารถถ่ายภาพ หลายๆภาพ  เว้นระยะ ภาพละกี่วินาที ก็ตามแต่จะตั้งไว้
แล้วเอาภาพทั้งหมด มาหลอมมารวมกันเป็นไฟล์วีดีโอได้ครับ  จะเห็นการเปลี่ยนแปลง ของท้องฟ้า ดวงดาว ภูมิอากาศ

ที่เค้าถ่าย ดอกไม้บาน อะไรกัน  ก็เป็นการถ่าย timelapse นี่หละครับ

มันต้องใช้ความพยายามในการรอมากๆ เพราะกว่าจะถ่ายเสร็จแต่ละชุด  ต้องรอกันหลายนาที  ถ้าอึดๆ ก็เป็นชั่วโมง

ผมมันพวก ใจไม่ยาวพอ อยู่นิ่งๆเฉยๆก็ไม่ค่อยได้  เลยได้มาแต่คลิปสั้นๆนี่หละครับ

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

 

 

เลนส์ตัวต่อมา ที่เค้าให้ยืมมาลอง ก็เป็นเลนส์  17mm f1.8  ครับ

ตัวนี้เป็นเลนส์ติดกล้อง  เอาไว้ถ่ายทั่วไป ระยะกว้างอ่อนๆ  ไม่กว้างไม่มาก
เอาไว้ถ่ายพวกอาหารการกิน  ถ่ายเด็กเล็กๆ พกไปเดินถ่ายตอนกลางคืน กำลังดีเลยครับ

ภาพใสเอาเรื่อง

 

ตัวสุดท้าย ที่เค้าให้ยืมมาลอง คือ Zuiko 25/1.8  ครับ

เลนส์ตัวนี้เทียบเท่าระยะ normal  ประมาณระยะเท่าสายตาคน
ผมว่าเหมาะกับการ ถ่ายทั่วไป เก็บรายละเอียดครับ  หลังเบลอได้นิดๆหน่อยๆ

คมตั้งแต่ f แรกๆครับ   ลองดู

วัดเชียงมั่น  เชียงใหม่ ครับ

ย้อนแสงดูครับ


รูปนี้ ทางไปบ้านม้งดอยปุย

 

 

เขียนไปเขียนมา ชักจะมั่วๆ ซั่วๆแล้วหนะครับ

เพราะว่าผมไม่ได้เขียน guideline เอาไว้  นึกอะไรออกก็เขียนๆไป

เนื้อหามันเลยข้ามไปข้ามมา ต้องขออภัยด้วยครับ

ลืมไปเลย ว่าทดสอบใช้ iso สูงๆเอาไว้นิดหน่อย   ลองดูครับ

ISO  คือ ค่าความไวแสงของกล้องครับ  ยิ่งมาก กล้องยิ่งไวแสง ถ่ายในที่แสงน้อยๆได้ชัตเตอร์สปีด ที่ไวขึ้น

แต่ก็ต้องสูญเสีย รายละเอียดไปเรื่อยๆ มากขึ้นๆตาม iso ที่สูงขึ้นไปครับ

กล้อง ที่ดี  ย่อมมีความสามารถในการบริหารจัดการ เม็ดสี เก็บรายละเอียด ใน iso ที่สูงๆได้ดีครับ

ส่วนจะรับได้ที่ ISO เท่าใหร่
คนแต่ละคน มีความต้องการไม่เหมือนกัน  บางคนก็ต้องการละเอียดน้อย ละเอียดมาก ต่างๆกันไปครับ

แต่สำหรับผม ผมว่าตั้ง auto iso  ไว้สัก 6400  ก็น่าจะเหลือเฟือแล้วอ่ะครับ สำหรับการไปท่องเที่ยว
ภาพพอรับได้เลยครับสำหรับผม ย่อลง pantip นี่  เนียนๆเลย

ISO  3200 – 6400  นี่ข้ามไปได้เลย ไม่ต้องลองแล้ว

ลองตั้งแต่ iso  10000  – 25600     ก็ยังได้ภาพ  ได้รายละเอียด ที่ยังอ่านตัวหนังสือเล็กๆพอได้อ่ะครับ

ลองหลายๆอย่าง

เอากล้องไปถ่าย macro  มั่งครับ

อุปกรณ์ ก็มี EM10  แฟลชแยกนอกกล้อง   เลนส์มือหมุน CCTV  แล้วก็ท่อ macro  ครับ

การถ่าย ก็ค่อนข้างสะดวกเลย  แค่นั่งยองๆก็พอ   ไม่ต้องนอนราบกับพื้น เพราะจอมันพับได้

มือนึงถือกล้อง มือนึงถือแฟลช แล้วก็กดๆ เล็งๆ อ่ะครับ

ถ่ายที่น้ำตกบัวตอง  อ.แม่แตง เชียงใหม่อ่ะครับ

เห็ดแดงๆ ขาวๆ ก้มๆเงยๆ ถ่ายเป็นชั่วโมง  555
นักท่องเที่ยวจีน เดินมาส่อง ว่าแก๊งค์เด็กอ้วนนี้ มามุดๆอะไรกันอยู่ตรงนี้ฟะ

พอเปิดรูปเห็ดให้เค้าดู เค้าโอ้ว ว้าว กันใหญ่

ต่อจากลองถ่าย macro  แล้วก็มาลองถ่าย Portrait  ครับ

เลนส์ Portrait ของค่าย Olympus  โดยเฉพาะ ก็จะมีเลนส์ 75mm  f1.8  กับ  45mm f1.8  ครับ

เลนส์ 75/1.8  นี่เป็นเลนส์ในฝันตัวนึงเลย  คมจริงๆครับ  คมสุดในค่ายเลยก็ว่าได้ครับ  ถ่ายออกมานี่ นางแบบบ่นเลย
เพราะมันเก็บมาหมดทุกรูขุมขน     แต่ก็แพงจริง สองหมื่นกลางๆ   ก็เลยไม่กล้าสอยมาใช้ถ่ายเล่น

ผมเลยใช้ 45mm f1.8  แทนอ่ะครับ   คมเหมือนกัน แต่คมน้อยกว่าหน่อย

เป็นเทเลอ่อนๆ แอบส่องก็ได้ ถ่ายสาวก็ดี

ตั้งแต่ซื้อมา พลาสติกยังไม่ยอมแกะเลยครับ
กลัวราคาตก 555

 

สรุปข้อดี ข้อเสีย  จุดที่ชอบ และ ไม่ชอบ  ของกล้อง EPL7  กับ EM10   คู่นี้นะครับ

จุดแข็ง ของ system micro 4/3  ของ   Olympus

1. กันสั่นในตัวกล้องของ Olympus ทำให้เลนส์ อะไรก็ตาม ที่เอามาใส่ จะกลายเป็นเลนส์ที่มีกันสั่นอ่ะครับ
มันช่วยได้เยอะ  และมีประสิทธิภาพใช้ได้เลยครับ  ได้รูปมาจากหลายๆสถานการณ์ ที่ไม่น่าจะได้รูปหนะครับ

2. โฟกัสไวสายฟ้าฟาด  รัวได้ไม่ยั้ง

3. กล้องเล็ก เลนส์เล็ก  กล้องสองตัว เลนส์ 4 ตัว ใส่ลงกระเป๋าสะพายข้างเล็กๆได้สบายๆครับ

4.  เลนส์ต่อช่วงกันแบบ ติดๆๆๆกันเลยอ่ะครับ  รวม 4 ค่าย ทั้ง sigma  tamron panasonic olympus  + samyang / voigtlander
จัดว่ามีเลนส์เยอะมากพอสมควรเลยครับ
7-14  9-18  7.5/3.5   12/2  14/2.5  15/1.7  17/1.8   17.5/0.95   19/2.8  20/1.7  25/0.95  25/1.4  30/2.8  42.5/1.2  45/1.8  45/2.8macro  …… อะไรเงี้ยครับ

พูดถึงตัวกล้อง ส่วนที่ชอบอ่ะครับ

 

– หน้าตามันครับ ออกแบบมาได้ เรโทร  คลาสสิค  ย้อนยุคสุดๆ แบบว่ามีต้นตระกูลอะไรมาอ้างอิงด้วยอ่ะครับ
เพราะสมัยกล้องฟิล์ม เมื่อ 30 – 40 ปีก่อน  ก็มีกล้อง PEN กับ OM หน้าตาแบบนี้ออกมา  เคยใช้แล้วก็ชอบ
พอมาเป็นดิจิตอล  มันก็ยังถ่ายทอดความขลัง มาสู่รุ่นลูกรุ่นหลานครับ

–  งานผลิต ของ EPL7  นี่ แน่นดี ไฮโซ มากครับ พอๆกับ EP5 พี่ใหญ่
ส่วนสาย OMD   EM10  จับๆแล้ว ตัวแน่นน้อยกว่า EM5 กับ EM1  รุ่นพี่อยู่  แต่ก็ยังพอรู้สึกดี เหมาะมือดีครับ

– ลูกเล่นต่างๆ ใส่มาเยอะจนเล่นไม่รู้จักหมดอ่ะครับ  art filter เยอะแยะไปหมด  โหมด HDR Timelapse  Live compose อะไรไม่รู้ เพียบไปหมด
เอื้ออำนวยต่อการถ่ายภาพ แบบแปลกๆมากมายหลายแบบ เช่น  ดาวหมุน เมฆเคลื่อน ควงกระบองไฟ  อะไรได้หมดอ่ะครับ

ART FILTER  DRAMATIC TONE !!

– ทุกรุ่นของเค้า ไม่ว่ารุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ จะมี Flash hot shoe มาให้  เอื้ออำนวยต่อการใช้แฟลชนอกเพิ่มเติม  และ ต่อกับ Trigger Flash

–  พอถ่ายไฟล์ RAW มา  สามารถนำไฟล์ RAW มาปรับแต่ง  convert เป็น JPG  จากในกล้องได้เลย   ถ่ายมารูปเดียว Process จากในกล้องออกมาได้เป็นสิบๆแบบอ่ะครับ

– ไฟล์คม  ดูภาพแล้ว ก็มีมิติดีครับ  ขึ้นอยู่กับเลนส์ที่ใช้ด้วย แต่ถ้าเจอเลนส์คมๆนี่ มิติมาเพียบเลย

– จอ selfie  พับลงมาได้ ง่ายกว่า EPL5 แบบไม่ต้องใช้ความพยายามเลยครับ  กรึ๊บเดียว  ต่างกับ EPL5 EPL6  ที่ต้องลุ้นกันอยู่หลายขยัก

– ระบบเอื้ออำนวย ในการใช้กับ lens manual focus รุ่นโบราณร้อยปี  มีทั้ง peaking  + magnify zoom  และยังมีกันสั่นในบอดี้  ทำให้ใช้เลนส์เก่าๆพวกนี้ได้อย่างสะดวกมากครับ

 

ต่อมาเป็นภาค ลองกล้องกับเลนส์มือหมุน หละครับ

ตัวแรก  CCTV LEns  75mm  f1.3  ครับ

ไปแจมกับทริปของ  บ้านอินเลิฟ FOTOiNLOVE  มาครับ

เดี๋ยวมาโพสรูปเลนส์  เอารูปจากเลนส์ไปก่อน

 

 

Wollensak    cine raptar    25mm  f1.9

เลนส์กล้องถ่ายภาพยนตร์  16mm

Wollensak    cine raptar    25mm  f1.5

เลนส์กล้องถ่ายภาพยนตร์  16mm

 

cosmicar  6.5mm  f1.8

ตัวนี้ก็เลนส์ wide ลูกรักของผมตัวนึงครับ

แม้จะมีขอบดำบ้าง  ไม่คมขอบจรดขอบ  แต่ชอบแฉกไฟของเลนส์ตัวนี้มาก  พกติดกระเป๋าตลอด

 

ฝากเลนส์ให้ดูอีกสองตัวละกันครับ
เผื่อจะได้เป็นข้อมูล ว่าอยากได้เลนส์เพิ่มตัวใหน แนวใหน

ตัวแรก  tamron  14-150mm  เป็นเลนส์ซูมครอบจักรวาล  ตัวเดียว เที่ยวทั่วไทย
ถ่ายได้ตั้งแต่ไม้จิ้มฟัน ยันมด
รีวิว อยู่กระทู้นี้ครับ    http://pantip.com/topic/32770446

mirrorless

อีกตัว เลนส์ panasonic leica  15mm  f1.7  เลนส์ wide ไฮโซ ความสว่างสูง
รีวิวอยู่กระทู้นี้ครับ
http://pantip.com/topic/32400261

ขอบคุณมากครับ ที่อ่านกันมาจนถึงตอนจบ  รูปเยอะมากๆ เหอๆ

 

Cr. TamrongMF