ก่อนอื่น ขอขอบคุณ  บริษัท Fujifilm Thailand  จำกัด
ที่กรุณาให้ยืมกล้อง  Fuji XA2  พร้อมเลนส์  kit  16-50  และ  50-230mm  มาให้ทดลองใช้ร่วมกันครับ

รีวิวนี้ ผู้เขียนได้รับการสนับสนุน ให้ยืม กล้อง + เลนส์ จากตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น
ผู้เขียนไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆจากผู้ผลิต   และ ค่าเดินทาง  ค่าน้ำมัน  ค่าเข้าสถานที่ต่างๆ ก็ควักกระเป๋าเองทั้งหมด

ทำรีวิวด้วยความอยากรู้อยากลอง
เผื่อจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อพี่ๆน้องๆน้าๆทุกท่านครับ
ขอบคุณครับ

รูปทุกรูป ในรีวิวนี้  เป็น file  JPG  ออกมาจากกล้องครับ
ย่อด้วยโปรแกรม photoscape  และอาจมีการ ย่อ ใส่กรอบ หรือ ปรับแต่งด้วย photoscape เล็กๆน้อยๆ
แต่ก็เป็นการปรับแต่งมาอย่างเบาบางที่สุด  ถ้าปรับค่าอะไร ก็จะพยายามไม่ให้เกิน 3% ของภาพเดิม
เพื่อรักษา ลักษณะไฟล์ภาพ ให้ใกล้เคียงกับภาพที่ออกมาจากกล้องให้มากที่สุดครับ

xa2 นี่ แบบว่าเป็นกล้องที่ฮ๊อตฮิต  เป็นที่กล่าวถึงอย่างมากใน pantip หนะครับ
มีแต่คนตั้งกระทู้ถามทุกวัน   ดีมั้ยๆ  เทียบกับโน่น กับนี่ กับนู่นแล้ว  ตัวไหนดีกว่า
ถามกันวันละหลายๆกระทู้
แถมมีคนชอบไปจับไปเปรียบเทียบกับพี่น้องร่วมค่าย ตั้งแต่ x30 ไปยันลูกพี่  XT1 เลยก็ยังมี
ยังไม่พอ มีคนเอาไปเทียบกับ EPL7  A5000 GF7  ทุกๆวัน   ไม่รู้ไปกินพริกอะไรมา ถึง hot ได้ขนาดนี้

ผมเลยขอยืมเค้ามารีวิวให้ดูซะเลยครับ  จะได้หายสงสัยกัน

หน้าตา รูปลักษณ์ภายนอก   XA2  ก็หน้าตาเหมือน XA1  เป๊ะๆอ่ะครับ
ถ้าให้ปิดตา แล้วคลำๆดู ก็คงบอกไม่ได้หรอก ว่าตัวใหน 1 ตัวไหน 2

จนกว่า จะมีการกางจอภาพออกมานั่นหละครับ
ถึงจะรู้  เพราะว่าจุดแตกต่างหลัก คือว่ากล้อง  XA2   สามารถพับจอกลับมาถ่ายหน้าตัวเองได้ครับ
ส่วน XA1  ทำไม่ได้

xa2 นี่ แบบว่าเป็นกล้องที่ฮ๊อตฮิต  เป็นที่กล่าวถึงอย่างมากใน pantip หนะครับ
มีแต่คนตั้งกระทู้ถามทุกวัน   ดีมั้ยๆ  เทียบกับโน่น กับนี่ กับนู่นแล้ว  ตัวไหนดีกว่า
ถามกันวันละหลายๆกระทู้
แถมมีคนชอบไปจับไปเปรียบเทียบกับพี่น้องร่วมค่าย ตั้งแต่ x30 ไปยันลูกพี่  XT1 เลยก็ยังมี
ยังไม่พอ มีคนเอาไปเทียบกับ EPL7  A5000 GF7  ทุกๆวัน   ไม่รู้ไปกินพริกอะไรมา ถึง hot ได้ขนาดนี้

ผมเลยขอยืมเค้ามารีวิวให้ดูซะเลยครับ  จะได้หายสงสัยกัน

หน้าตา รูปลักษณ์ภายนอก   XA2  ก็หน้าตาเหมือน XA1  เป๊ะๆอ่ะครับ
ถ้าให้ปิดตา แล้วคลำๆดู ก็คงบอกไม่ได้หรอก ว่าตัวใหน 1 ตัวไหน 2

จนกว่า จะมีการกางจอภาพออกมานั่นหละครับ
ถึงจะรู้  เพราะว่าจุดแตกต่างหลัก คือว่ากล้อง  XA2   สามารถพับจอกลับมาถ่ายหน้าตัวเองได้ครับ
ส่วน XA1  ทำไม่ได้

พอพับมาจนสุด   จอมันก็จะหันมาด้านหน้าแบบนี้ครับ  แล้วก็แชะได้เลย

จุดที่ XA2  ได้รับการพัฒนาต่อมา  ก็คือเลนส์ kit ตัวใหม่ครับ
เลนส์ kit   16-50mm  ที่หน้าตาเหมือนเดิมเป๊ะๆเหมือนกัน
ปิดตาคลำดูก็ไม่รู้ ว่าตัวไหน 1  ตัวไหน 2

แต่สิ่งที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมา คือว่า เลนส์ตัวนี้ถ่ายได้ใกล้ขึ้นกว่าเลนส์รุ่นเดิมมากครับ

และความรู้สึกที่เพิ่มมา  แม้ในข้อมูลจะไม่มีเขียนไว้
เหมือนกับว่า ระบบกันสั่นในเลนส์ ดีขึ้นกว่าเดิม นิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วย
นิ่งขึ้นในที่นี้ หมายถึงผมสามารถใช้มือถือกล้อง ถ่ายด้วย speed shutter ที่ต่ำกว่าเดิมได้ครับ
ตัวเดิม  สัก 1/15 วินาทีถึงจะพอได้ภาพนิ่งๆ
แต่พอมาเป็นเลนส์รุ่นใหม่นี่  ใช้ shutter speed  1/4 – 1/8  วินาที ก็ยังพอได้ภาพนิ่งๆครับ
ถ่าย 10 รูป นิ่งซะ 8 รูป อะไรประมาณเนี้ย

เลนส์รุ่นใหม่ จะมีสัญลักษณ์  II  เขียนไว้หน้าเลนส์  และขนาดหน้าฟิลเตอร์  58mm เท่าเดิมครับ

นอกจากนั้น มีไรใหม่อีกหละ  มีโทนสีแบบ classic chrome เพิ่มเข้ามา  สำหรับคนชอบสีแนวๆอินดี้ๆ

และตามเสป๊ค เค้าก็บอกว่า โฟกัสไวกว่าเดิม มีระบบ eye focus ประมาณเนี้ยครับ
บรรยายไม่ถูก  ดูวีดีโอเอาดีที่สุดครับ  จะได้เห็นภาพ ว่าโฟกัสไวประมาณไหน

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

การควบคุม ก็เหมือนเดิมครับ dial mode   มีโหมดให้เลือกใช้ครบๆ
ตั้งแต่ผู้ใช้ระดับ  อนุบาล ไปถึง ศาตราจารย์

มีตั้งแต่กดอย่างเดียวก็พอ  กล้องมันก็จะเลือกการตั้งค่า ที่คิดว่าเหมาะสมที่สุดให้

ไปจนถึงโหมด M   ที่รองรับการใช้งาน ของช่างภาพระดับมหาโปร  อยากปรับเองทุกอย่าง ก็ทำได้ครับ

 

มาลองเอากล้องไปถ่ายกันเลยครับ ไม่ต้องบรรยาย spec อะไรกันมาก
แรกสุด ทดลองเรื่อง
กันสั่น ถือกล้องถ่ายในที่แสงน้อยๆก่อนครับ
ยกกล้องขึ้นมาถ่าย ไม่ได้ใช้ขาตั้ง  ใช้สปีดอยู่ราวๆ  1/4  – 1/8  วินาที  เอาอยู่ครับ
ถ้า subject  ที่ไม่ได้เคลื่อนไหว  ถ่าย 10 รูป ชัดสัก 8 รูปนี่หละครับ

ถือว่า ระบบกันสั่นในเลนส์ kit นี่  ช่วยได้มากอยู่ครับ


iso 3200  ถือว่า noise ไม่เยอะจนน่าเกลียด รายละเอียดต้นไม้ใบหญ้าก็ยังมีอยู่  มีรอยปื้นๆตามเงามืดเล็กน้อย
ตามภาพครับ

ลองหัวข้อ  ถ่ายวิว  ท่องเที่ยว  ดูรายละเอียดภาพมั่ง
ผมนี้ ชอบสีสดๆ จี๊ดๆอ่ะครับ  เลยเลือก film simulation เป็น velvia  แทบทุกรูปเลย
สีสันสดใส สะใจวัยรุ่น

สีโทนฟ้า โทนเขียวนี่ เหมือนจะโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของฟฺจิเลย ไม่ค่อยเหมือนใคร

เลนส์ kit นี่ ถ้าใช้ f ประมาณ f8  ขึ้นไปก็ คมทั่วถึงทั้งภาพ
เก็บรายละเอียด ใบไม้ ใบหญ้า ยิบยับได้ดีเลยครับ  ตามภาพครับ

 

ถ่ายวิวเสร็จ   ลองถ่ายคนมั่ง
โทนสีผิวของ Fuji  เขาว่ากันว่าสวยมาตั้งแต่สมัยกล้อง DSLR  แล้วครับผมใช้ film simulation   STD  ในกล้องครับ   จะได้ไม่สดแปร๊ดเหมือนตอนใช้ Velvia ถ่ายวิว

ท่านประธานตั้ม แห่ง fuji x series club thailand ลงทุน ขี่ไม้กวาดเลยนะครับ  555


ทดลองหัวข้อต่อไป  ลองเรื่องถ่ายภาพ วัตถุเล็กๆ ระยะใกล้ๆมั่ง
เลนส์  kit  16-50  ที่ติดกล้องมา  ถ่าย closed – up ได้ใกล้พอสมควรครับ
แม้จะไม่ถึงขนาดเลนส์ถ่ายพระเครื่อง  แต่ก็ถ่ายได้ใกล้กว่ากล้องในตลาดทั่วๆไป
ถ้าถ่ายที่ช่วง wide นี่ แทบจะชนหน้าเลนส์เลยได้ภาพออกมา ประมาณนี้ครับ

ถ่าย closed-up  อาหาร ก็ได้เต็มๆคำ


กบ
  เขียดตะปาดครับ  ก็ว่า ทำไมเท้ามีปุ่มๆ  555

ต่อมา ก็ลองแฉกไฟครับ  ว่าเลนส์ kit  มันจะให้แฉกไฟออกมาประมาณไหนเลนส์ kit ตัวนี้  ม่านรูรับแสง ค่อนข้างกลม ตั้งแต่ f กว้างไปจน f แคบเลยครับ
ถ้าจะถ่ายให้ดวงไฟเป็นแฉกๆ ต้องใช้ f ที่แคบพอสมควรครับ ถึงจะเริ่มมีแฉกไฟให้เห็น
ประมาณ f9  นี่  มีมั่ง ไม่มีมั่ง  ถ้าจะให้ชัวร์ ก็ใช้ f11  ลงไปครับ

แฉกพระอาทิตย์มั่ง

มาถึงการถ่ายภาพ ที่เป็นจุดเด่นของ XA2  ครับ  คือการถ่าย Selfieด้วยการใช้ design บอดี้ด้านบนแบบ XA1 ตัวเดิมแต่ปรับส่วนที่เป็นจุดพับหน้าจอ LCD
ทำให้สามารถพลิกหน้าจอ กลับมาถ่ายหน้าตัวเองได้ครับ

แต่ส่วนบนของตัวกล้อง ที่ยังไม่ได้ปรับเปลี่ยน ยังใช้แบบเดิม  จะขวางจอที่พับกลับมาเล็กน้อย
ทำให้จอ LCD  ไม่สามารถพับกลับมาแบบตั้งตรงได้
จะเอียงหน่อยๆ ราวๆ  175 องศาครับ อีกนิดเดียวก็จะตั้งตรงละ

การลั่นชัตเตอร์ ก็กดที่ปุ่มชัตเตอร์   ตั้งให้เป็นยิงได้ทันที หรือ นับถอยหลัง 2 วินาที  จะได้มีเวลา ทำหน้าทำตาเท่ๆ  555

โชคดี น้องปาล์ม ในชมรม fuji x series club  มาลองเลนส์มือหมุนที่สำนักผม   น้องเค้าก็ใช้ XA2  อยู่เหมือนกันครับ เลยคุ้นเคยกับกล้องดี
ผมเลยขอให้น้องปาล์มเค้า ช่วยเอาหน้ามาลอง selfie หน่อย   เพราะถ้าเอาหน้าผมเอง มันคงไม่น่าดูชม  555

ถ้ามีงานพิธีกร เปิดตัวสินค้าอะไร ก็ติดต่อน้องเค้าได้ที่ face : Palm Sidapat   ได้นะครับ อิอิ แอบโฆษณา

น้องเค้าแนะ ว่าถ้าใช้โหมด portrait assist  ในกล้อง  หน้าจะเด้งมากไปหน่อย และปรับลดไม่ได้
ถ้าอยากให้หน้าเป็นธรรมชาติ
มีรายละเอียดครบๆ  ให้ใช้โหมด  ADV  high key ครับ  หน้าไม่เด่งมาก
สีผิว สีผม จะอ่อนลงมาอีกหน่อย

ใส่เลนส์ Fish eye  แล้วเซลฟี่ กันเป็นหมู่คณะ  ก็มันส์เหมือนกันครับ

กดทีเดียว เก็บมาได้หมดทั้งตลาดเลย

เลนส์เทเล ที่มีมาในชุดสองเลนส์ครับเป็นเลนส์ที่ตัวใหญ่พอสมควรครับ   และ f ไหลพอสมควรครับ  ที่ช่วงซูมปลายสุด  230mm  จะมีค่า f ที่ 6.7

เป็นเลนส์ช่วงที่ต่อจากเลนส์ kit
เอาไว้ดึงภาพอะไรไกลๆ  ให้เข้ามาใกล้ๆ

เหมาะกับ เอาไปถ่ายกีฬากลางแจ้ง  การแสดงบนเวที  ติ่งดารา  ส่องสัตว์ หรือ ส่องสาวคอนโดข้างๆหนะครับ

แหม่ ว่าจะไปถ่ายสวนสัตว์ แต่ลูกไม่ยอมไปด้วยอ่ะครับ  เลยไม่มีภาพสัตว์มาให้ดู

สรุปครับผมได้กล้องมาวันที่ 1 เมษา   ใช้มาจน 11 เมษา   10 -11  วัน  ถ่ายมั่ง นอนอยู่บ้านมั่ง
ถ่ายออกมาได้รูปประมาณเท่าเนี้ยครับถ้าได้เป็นเจ้าของ ใช้ไปเรื่อยๆ มันก็คงเป็นกล้องที่มีศักยภาพ จะให้ภาพดีๆออกมาเยอะแยะมากมายเลยครับ
เพราะมันมีช่องทางขยับขยายได้มากมายเลยครับ  ทั้งเลนส์ดีๆ  ทั้งแฟลช   แถมมีอุปกรณ์แต่งหล่ออีกเพียบ

เป็นกล้องที่ให้ไฟล์ดีออกมาจากหลังกล้องเลย  ไฟล์คม รายละเอียดใช้ได้
สีสันแนวฟูจิๆ  ที่สดใส ถูกใจตั้งแต่วัยรุ่น ไปยัน โก๋แก่ ที่มีความหลังที่ผูกพันกับฟิล์มสไลด์ Velvia ในอดีต

เลนส์ kit  16-50  ติดกล้อง ก็ทำออกมาได้ดีครับ คมทั่วถึง  รายละเอียดดี โฟกัสใกล้ กันสั่นใช้ได้ดีเลย

ส่วนในเรื่อง selfie ก็ทำออกมาได้เด้งเนียนดี แต่ก็มีติดๆบ้างนิดหน่อย
ตรงที่ปรับลดระดับความเด้งของหน้าไม่ได้ เด้งแล้วเด้งเลย    น่าจะปรับระดับความหน้าเด้งได้ LV  1 2 3 4
และขาดฟังชั่น สั่งลั่นชัตเตอร์ ด้วยท่าทาง  เช่นการชูมือ แบ 5 นิ้ว กระพริบตา หรือ ยิ้มกว้างๆ  อะไรประมาณนั้นครับ
จะได้อิสระในการถือกล้องที่มากกว่าต้องคอยกดชัตเตอร์

ส่วน wifi  ที่มีมาให้นั้น ก็ใช้ได้ไม่เต็มพลังนัก เพราะใช้ได้แต่ส่งรูป รับรูป ลงโทรศัพท์มือถือ
แต่ว่า ไม่สามารถใช้โทรศัพท์มือถือ เป็น รีโมท สั่งการทำงานของกล้องได้ครับ

สรุปข้อที่ ที่ผมจับความรู้สึกได้ ตลอดการใช้งานมาราวๆ 11 วัน

– หน้าตาหล่อ มีความรู้สึกว่ามันเป็น camera มากกว่า gadget
ยิ่งแถม case หนังมาด้วยกับกล้องนี่ พอใส่เข้าไป หล่อระเบิดระเบ้อ

–  ไฟล์ JPG  รายละเอียดดีครับ  DR ก็น่าประทับใจ  ไม่เบิร์น เปิดเงาดี  ขนาดไม่ได้ปรับ shadow hilight อะไรเลย
อาจเป็นเพราะว่า เซ็นเซอร์ 16 ล้านตัวนี้  มันลงตัวที่สุดแล้วอ่ะครับ
จำนวน pixel  ไม่หนาแน่นเกินไป  ไม่เบียดเสียด  เซลล์รับภาพ อยู่กันแบบหลวมๆ สบายๆ  เลยได้ผลออกมาดี
รายละเอียดดี ทั่วถึงทั้งภาพ

– ถ่ายในที่แสงน้อยๆ ก็ทำได้ดี  บริหารจัดการ noise ได้ดี

– มี hot shoe มาตรฐาน  ต่อ flash มาตรฐานได้

–  แน่นอน จอพับมา selfie ได้

–  เลนส์ kit คมดี โฟกัสได้ใกล้กว่าเลนส์ทั่วไป  กันสั่นดี  แถมฮู้ดด้วย

– ปรับ hilight contrast ได้ในกล้อง  ควบคุม tone ได้ง่าย

–  Control dial ทั้งสองอัน รู้สึกเหมือนว่าจะปรับง่ายกว่า  เบากว่า  XA1  ครับ

–  convert raw ได้จากในกล้อง และปรับได้ค่อนข้างละเอียดมากครับ สำหรับกล้องตัวเล็กสุดของค่าย
ทั้ง tone  WB shift  แกน   ถือว่าเก่งนะครับ

อวยมาหลายข้อแล้ว ขอบ่นมั่ง เดี๋ยวจะหาว่ารีวิวนี้อวยอย่างเดียว  555 มา

– iso 100 กับ  25600  ต้อง JPG อย่างเดียว

–  หลายคนไม่รู้ครับ ว่าจอมันต้องชักออกมาก่อน แล้วค่อยพับขึ้นมา selfie
ปรากฏว่า พอพับขึ้นไปเลย  จอมันก็ขูดกับบอดี้กล้องครับ น่าจะมีแปะเตือนไว้

– จอสะท้อนกับแดดพอสมควรครับ ถ่ายกลางแดดจัดๆ ต้องเอามือป้องจอไว้

– ผมคนแก่ สายตายาวอ่ะครับ  XA2 ไม่มี EVF ให้ใช้    ต้องยืดกล้องไปสุดแขน ถึงจะเห็นจอชัด  555

–  ความไวโฟกัสไวขึ้นอีกระดับ   แต่ก็ไม่ได้ไวขนาดแบบสายฟ้าฟาด

–  wifi  ใช้ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย  ส่งและรับรูปได้อย่างเดียว  สั่งงานกล้องเป็น remote ไม่ได้

–  เลนส์ kit  คุณภาพดีมาก เพราะใช้ design แบบกระบอกปกติ  ไม่มียืดยุบได้   แต่ก็ต้องแลกมาด้วยขนาด และน้ำหนักเลนส์ ที่ยาวกว่าคู่แข่งครับ

– ถ้าเปิด peaking mode แล้ว ภาพมันจะระยิบระยับ ดูลำบากหน่อยครับ

ส่วนราคา ที่หลายๆคนบ่นว่าต่างกับ ราคาต่างประเทศมากมายนั้น   มันก็เป็นไปตามกลไกตลาดครับ
XA1  ใกล้หมดแล้ว  เดี๋ยวพอ XA1  หมด  XA2  ก็คงมีโปรที่น่าสนใจตามมาครับ

อยากจะเสนอฟูจิ ในการพัฒนา ใน version ต่อไป
–  white balance เลือกแบบค่า kelvin ไม่ได้  น่าจะให้มาด้วยเนอะครับ จะได้ควบคุมกล้องได้ดีกว่านี้ครับ

–  โหมดหน้าเด้ง เด้งแล้วเด้งเลย  น่าจะปรับเลือกระดับความแรง ของความหน้าเด้งได้   3- 4 ระดับ

– น่าจะมี smile shutter , hi 5 shutter ,  wave shutter หรือสั่งยิงด้วยการ ชูสามนิ้ว  อะไรสักอย่างด้วยนะครับ

–  wifi น่าจะสั่งการกล้องผ่านมือถือได้ (แฮ่ๆ อยากเก่งเหมือนรุ่นพี่ๆ)

ตอนนี้ เลนส์ฟูจิ มีเกรด ถูกไปเลย พวกเลนส์ kit   กับเลนส์แพงเทพไปเลย ได้แก่บรรดา 1.2  1.4  ทั้งหลาย
อยากให้ฟูจิ มีเลนส์ fix  เกรดรองลงมา ราคาปานกลาง วางตลาดด้วยครับ   เช่น 14mm f2   23mm f2   35mm f2    50mm f2  75mm f2   135/2.8   ราคา 5000 – 15000 ประมาณเนี้ยครับ
จะได้อุดช่องว่าง ระหว่างเลนส์ถูก กับ เลนส์แพง  เสริมความแข็งแกร่งของ system  ครับ   ตอนนี้ system ก็น่าใช้มากๆแล้ว

เอาหละครับ โม้มามากแล้ว  ขอจบการรีวิว ไว้เท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ

รีวิวหน้า พบกับ voigtlander 15mm f4.5  III   ครับผม

ต่อมา เป็นภาค ลองกับเลนส์มือหมุนเมาท์ Leica M  ครับvoigtlander  15mm  f4.5  III

นี่ก็เลนส์ยืมมาเหมือนกัน พี่ใหญ่ร้าน av camera ให้ยืมมารีวิวครับ   เลยจับมาทำหล่อ กับ XA2  ก่อนเลย

เป็นเลนส์ระยะ  15mm   กว้างกว่าเลนส์ kit นิดหน่อย

ดีเทล  ขุดคุ้ยออกมาได้ ระเบิดระเบ้อครับ   ใส่กับกล้องอะไรก็หล่อ

Leica summicron DRตัวนี้ เลนส์โบราณ อายุ 40-50 ปีแล้วเหมือนกันครับ

เป็นเลนส์เมาท์ Leica M ยุคแรกๆเลย    ใส่กับ XA2  แล้ว หนักหัวทิ่ม
แต่ความคม ไม่เป็นรองรุ่นลูกรุ่นหลานเลย   และโฟกัสได้ใกล้กว่าเลนส์ M ทั่วไปครับ

CCTV  75mm  f1.3   c-mountตัวนี้เป็นเลนส์กล้อง CCTV  machine vision  ส่องการจราจร ป้ายทะเบียนรถ อะไรพวกนี้อ่ะครับ

เอามาต่อกับ XA2  ได้ด้วย adapter  c-mount to  fuji X

มีขอบดำหน่อยนึง เพราะดั้งเดิม  เป็นเลนส์ที่ใช้งานกับเซ็นเซอร์ 1″  ดันเอามาใช้กับเซ็นเซอร์ขนาด APSC

ไม่คมมาก ออกนัวๆ นวลๆ  ยิ่งถ้าย้อนแสงนี่ ความคมจะหายไปพอสมควร เหมาะกับเอาไปถ่ายสาวมาก   หน้าเด้งขึ้นมาทันทีครับ

canon 35mm f2   leica screw mountตัวนี้ถ่ายมาไม่กี่รูป มีแต่รูป ท่านประธานตั้มครับ

pentax 110    24mm  f2.8เจ้าตัวน่อยนี่ เป็นเลนส์ pentax 110   ครับ  สำหรับฟิล์ม 110  ที่เลิกผลิตไปแล้ว

แต่ยังเอามาต่อชีวิต ใช้กับกล้อง mirrorless ได้ครับ
ใส่กับ XA2   มีขอบดำเล็กน้อย

cooke  filmo special  25mm f1.8เลนส์ยุคเจ้าคุณปู่อีกตัวนึงครับ
เป็นเลนส์ถ่ายภาพยนตร์  16mm
ผลิตราวๆปี  1920 – 1930     น่าทึ่ง ที่ปู่แกอยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงบัดนี้ได้อ่ะครับ

cctv   8mm f3.8  fisheye  for  m4/3เป็นเลนส์ที่ทำมาสำหรับเซ็นเซอร์เล็ก ขนาด  4/3  ครับ

พอมาใส่ Fuji APSC  มันเลยมีขอบดำซ้ายขวา และชัดเฉพาะตรงกลาง บริเวณที่เทียบเท่าเซ็นเซอร์ 4/3  ครับ

กว้างระเบิดระเบ้อ

navitar 50mm  f0.95  cctv lens