ท่องเที่ยวชมวัดประจำรัชกาลถือเป็นอีกหนึ่งทริปแบบเดินเท้าที่น่าสนใจ เนื่องจากหลายๆ วัดนั้นอยู่ใกล้กันในระยะเดินถึง นักท่องเที่ยวจะได้ชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมและประติมากรรมไทยอันทรงคุณค่า พร้อมรับทราบถึงประวัติความเป็นมาที่สำคัญด้วย ซึ่งวัดประจำรัชกาลนี้ตามเดิมแล้วมีเพียง 5 วัดประจำ 5 รัชกาล เนื่องจากเมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ 6 ทรงเล็งเห็นว่าวัดในกรุงเทพฯ นี้มีมากแล้ว จึงควรสร้างสิ่งอื่นที่เป็นประโยชน์เช่นโรงเรียนแทน แต่ด้วยความเชื่อตามแบบโบราณที่ยึดถือกันมาจึงยังคงนับเอาวัดที่บรรจุพระสรีรังคารหรือวัดที่ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ให้เป็นวัดประจำรัชกาลด้วย Traveloka ชวนหาที่พักแล้วไปท่องเที่ยวให้ทั่วเกาะรัตนโกสินทร์ เดินให้ถึงถิ่นพระนคร กับวัดประจำ 9 รัชกาลของไทย ดังต่อไปนี้

รัชกาลที่ 1 วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

วัดโพธิ์หรือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารเป็นวัดประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช อยู่ติดกับพระบรมมหาราชวัง มีพระพุทธเทวปฏิมากร ปางสมาธิ เป็นพระประธาน นอกจากนี้วัดโพธิ์ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ด้วยเป็นแหล่งรวบรวมจารึกสรรพวิชาความรู้ต่างๆ โดยเฉพาะการแพทย์แผนไทย เปรียบเสมือนมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย ทั้งยังเป็นวัดที่มีเจดีย์จำนวนมากที่สุดในประเทศไทยคือ 99 องค์ และมีพระนอนองค์ใหญ่เป็นลำดับ 3 จากทั่วประเทศไทยอีกด้วย

รัชกาลที่ 2 วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

วัดแจ้งหรือวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารเป็นวัดประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดโพธิ์อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำเจ้าพระยา มีพระพุทธธรรมมิศราชโลกธาตุดิลกปางมารวิชัยเป็นพระประธาน วัดแจ้งนี้เคยเป็นวัดภายในพระราชวังเช่นเดียวกับวัดพระแก้วสมัยรัตนโกสินทร์ หรือวัดพระศรีสรรเพชญ์สมัยอยุธยา และยังเคยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ก่อนจะย้ายมาที่วัดพระแก้วในภายหลัง

ขอบคุณรูปภาพจาก lib.su.ac.th 

รัชกาลที่ 3 วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร

วัดราชโอรสารามราชวรวิหารเป็นวัดประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งอยู่ในเขตจอมทอง มีพระพุทธอนันตคุณอดุลญาณบพิตรปางสมาธิเป็นพระประธาน ตั้งอยู่ห่างออกไปจากกลุ่มวัดประจำรัชกาลในเขตพระนครเนื่องจากได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ใหญ่และถวายเป็นพระอารามหลวงตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ 3 ยังทรงเป็นพระเจ้าลูกยาเธอและต้องทรงยกทัพไปสู้กับพม่าที่กาญจนบุรีด่านเจดีย์สามองค์ ระหว่างทางทรงผ่านมายังวัดจอมทองแล้วทรงหยุดทำพิธีตามตำราพิชัยสงครามและอธิษฐานให้ได้รับชัยชนะ หลังจากนั้นจึงพระราชทานนามวัดใหม่เป็นวัดราชโอรสอันหมายถึงพระราชโอรสซึ่งคือกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์เอง

ขอบคุณรูปภาพจาก dhammathai.org

รัชกาลที่ 4 วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร

วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหารเป็นวัดประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระพุทธสิหังคปฏิมากรปางสมาธิเป็นพระประธาน วัดนี้สร้างขึ้นตามคติโบราณราชประเพณีที่ต้องมีวัดชื่อวัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ และวัดราชประดิษฐ์ เป็นวัดสำคัญ 3 วัดประจำราชธานี ซึ่งขณะนั้นยังขาดอยู่แต่เพียงวัดชื่อราชประดิษฐ์ รัชกาลที่ 4 จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นจากพื้นที่เดิมที่เคยเป็นสวนกาแฟหลวงในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อสำเร็จเสร็จสิ้นแล้วทรงอุทิศถวายวัดแห่งนี้ให้เป็นวัดฝ่ายธรรมยุติกนิกายโดยเฉพาะวัดแรก เนื่องจากเป็นนิกายที่รัชกาลที่ 4 ทรงก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ครั้งยังทรงผนวช นอกจากนี้ภายในวัดยังเป็นที่ประดิษฐานหลักศิลาจารึกคาถาภาษาบาลีและไทยซึ่งเป็นบทพระราชนิพนธ์ของพระองค์เองรวมทั้งหมด 10 หลักด้วย

รัชกาลที่ 5 วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหารเป็นวัดประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระพุทธอังคีรสปางสมาธิเป็นพระประธาน วัดแห่งนี้นับเป็นวัดสุดท้ายที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้างขึ้นตามแบบโบราณราชประเพณีที่ต้องมีการสร้างวัดประจำรัชกาลขึ้นใหม่ทุกรัชกาล รูปแบบศิลปะทางสถาปัตยกรรมของวัดแห่งนี้มีลักษณะผสมผสานทั้งไทย ขอม และโกธิคแบบตะวันตก นอกจากนี้ยังมีสุสานหลวงที่ทรงมีพระราชประสงค์ให้เก็บพระอัฐิของพระมเหสี เจ้าจอมมารดา พระราชโอรสและพระราชธิดาในพระองค์ ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 34 องค์

แต่เดิมนั้นรัชกาลที่ 6 ทรงมีพระราชประสงค์ให้สร้างโรงเรียนและบูรณะวัดที่มีอยู่เดิมแทนการสถาปนาวัดใหม่เนื่องจากทรงเล็งเห็นว่าวัดในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะเขตพระนครนี้มีเยอะแล้ว โดยสถาปนาโรงเรียนมหาดเล็กหลวงหรือโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยในปัจจุบันแทนการสร้างวัดประจำรัชกาลในพระองค์ แต่ในทางปฏิบัติด้วยความเชื่อและประเพณีที่ยึดถือกันมานานจึงยังคงนับเอาวัดที่บรรจุพระอัฐิหรือวัดที่ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ให้เป็นวัดประจำรัชกาลนั้นๆ 

รัชกาลที่ 6 วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร

วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหารเป็นวัดประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระพุทธรูปสำคัญ 2 องค์เป็นพระประธาน คือ พระพุทธสุวรรณเขตและพระพุทธชินสีห์ โดยที่ใต้ฐานพระพุทธชินสีห์เป็นที่บรรจุพระราชสรีรางคารของรัชกาลที่ 6 เนื่องจากทรงเคยผนวชที่วัดนี้เมื่อครั้งยังทรงมีพระอิสริยยศเป็นมกุฎราชกุมาร ภายในวัดผสมผสานด้วยสถาปัตยกรรมแบบไทยและจีน มีพระพุทธนาราวันตบพิตร พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ในรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งทรงผนวชและประทับที่วัดแห่งนี้เป็นพระพุทธสำคัญอีกองค์หนึ่ง

รัชกาลที่ 7 วัดวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร 

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหารเป็นวัดประรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เช่นเดียวกับรัชกาลที่ 5 เนื่องจากพระองค์ทรงปฏิบัติตามพระราชประสงค์ของรัชกาลที่ 6 คือไม่ทรงสร้างวัดประจำรัชกาลใหม่ แต่ได้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดราชบพิธฯ แห่งนี้ใหม่ทั้งวัด จึงได้มีการอัญเชิญพระราชสรีรางคารมาบรรจุไว้ที่ฐานชุกชีของพระพุทธอังคีรส ซึ่งเป็นพระประธานภายในพระอุโบสถนิกจากนี้ยังเป็นที่บรรจุพระราชสรีรางคารของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพรรณีพระบรมราชินีในพระองค์ด้วย

รัชกาลที่ 8 วัดสุทัศนเทพวราราม

วัดสุทัศนเทพวรารามเป็นวัดประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล เนื่องจากในคราวที่เสด็จนิวัติพระนครครั้งแรกได้ทรงเสร็จมาที่วัดสุทัศน์แห่งนี้ด้วย เมื่อเสด็จสวรรคตจึงได้มีการอัญเชิญพระราชสรีรางคารมาบรรจุที่ใต้ฐานพระศรีศากยมุนีในพระวิหาร จึงถือเอาวัดนี้เป็นวัดประจำรัชกาลในพรงองค์ ที่วัดสุทัศน์นี้มีพระพุทธตรีโลกเชษฐ์ปางมารวิชัยเป็นพระประธาน และมีพระอุโบสถที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

ขอบคุณรูปภาพจาก dhamma.mthai.com

รัชกาลที่ 9 วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก

วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษกได้รับการถือเป็นวัดประจำรัชกกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องจากเป็นวัดที่ทรงมีพระราชดำริให้สร้างขึ้นครั้งทรงแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียที่ชุมชนริมคลองย่านพระราม 9 ทรงให้ทำการปรับปรุงพื้นที่และพัฒนาชุมชนโดยรอบบริเวณ พร้อมพระราชทานชื่อวัดว่าวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก โดยวัดนี้มีขนาดเล็ก เรียบง่าย สีขาวสะอาด ทั้งใช้งบในการสร้างอย่างประหยัดตามหลักความพอเพียง พระอุโบสถที่วัดแห่งนี้เป็นที่เดียวในกรุงเทพฯ ที่ปลูกสร้างตามแบบศิลปะไทยร่วมสมัย มีพระพุทธกาญจนธรรมสถิตปางมารวิชัยเป็นพระประธาน

ทริปเดินชมกรุงนี้สามารถวางแผนการเดินทางได้ง่ายๆ โดยอาจเริ่มต้นจากท่าเตียนแล้วนั่งเรือข้ามฟากไปวัดอรุณ จากนั้นข้ามเรือกลับมาที่วัดโพธิ์ แล้วต่อด้วยวัดราชประดิษฐ์ วัดราชบพิธ และวัดสุทัศน์ระหว่างทางเต็มไปด้วยของกินเจ้าอร่อยที่เปิดขายกันมานาน เพราะหลายๆ วัดอยู่ในแหล่งชุมชนที่พักอาศัย เดินชมเดินชิมกันไปยังไม่ทันเหนื่อยก็ถึงจุดหมายแล้ว หากใครมีที่พักอยู่ไกลจากจุดท่องเที่ยว แต่อยากเดินชมให้ครบทุกวัดจนจุใจ มีที่พักในกรุงเทพฯ ใน Traveloka ให้เลือกได้ที่ https://www.traveloka.com/th-th/hotel/thailand/region/bangkok-10000045/ หรือที่พักในพระนคร ก็สามารถดูจาก Traveloka ได้ซึ่งมีให้เลือกมากมาย ทั้งแบบโฮสเทล แบบโรงแรม และแบบเกสต์เฮาส์ เหมาะสำหรับทริปสั้นๆ 1-2 วัน อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว เดินทางง่ายไปมาสะดวก ของกินเพียบ